ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการแปลภาษาอังกฤษและไทย

  • ข้อผิดพลาดที่พบในการแปลวรรณกรรมจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยและแนวทางการแก้ไข: กรณีศึกษาเรื่อง Pride and Prejudice ของ Jane Austen และฉบับแปล อหังการและอคติ โดย ปฐมา พรหมสรร

    วิทยานิพนธ์เล่มนี้มุ่งศึกษาข้อผิดพลาดที่พบในการแปลวรรณกรรมเรื่อง Pride and Prejudice ของ Jane Austen ในฉบับแปลภาษาไทยเรื่อง อหังการและอคติ โดย ปฐมา พรหมสรร และมุ่งเสนอแนวทางการแก้ไขพร้อมทั้งศึกษาผลกระทบเกิดจากการใช้กลวิธีการแปลแบบเรียบเรียง ต่อวรรณกรรมประเภทสัจนิยมเรื่องนี้ ผลการศึกษาพบว่าฉบับแปลมีข้อผิดพลาดทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ การแปลผิด การแปลขาด ความไม่สม่ำเสมอในบทแปล การเลือกใช้คําไม่เหมาะสมกับบริบทในภาษาปลายทาง และการแปลเกิน ทั้งนี้ผู้วิจัยได้เสนอแนวทางการแก้ไขให้สอดคล้องตามประเภทข้อผิดพลาด ได้แก่ การแก้การแปลผิด การเพิ่มบทแปลที่แปลขาด การแก้ไขความไม่สม่ําเสมอในบทแปล การปรับระดับ คํา และการตัดบทแปลที่แปลเกิน อนึ่ง การศึกษานี้ยังพบว่ากลวิธีการแปลแบบเรียบเรียงส่งผลให้เนื้อหาและอรรถรสขาดหายเป็นจํานวนมาก เช่น การประชดและความเป็นทางการซึ่งเป็นลักษณะ เด่นในวรรณกรรมของ Jane Austen ทําให้ผู้อ่านบทแปลเกิดการตอบสนองที่ไม่ครบถ้วนเท่ากับภาษาในต้นฉบับ
  • การศึกษาการใช้โปรแกรมช่วยแปลในการแปลงานเฉพาะทางระหว่างผู้แปลที่ เป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อกับผู้แปลทั่วไป

    วิทยานิพนธ์ฉบับนี้รายงานผลศึกษาการใช้โปรแกรมช่วยแปลเป็นทรัพยากรการแปลใน การแปลงานเฉพาะทางระหว่างผู้แปลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อกับผู้แปลทั่วไป โดยการศึกษาครั้งนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของงานแปล ทั้งงานแปลโดยรวม และคุณภาพของงานแปลใน ระดับคำกระบวนการแปล รวมถึงความคิดเห็นของผู้แปลที่มีต่อโปรแกรมช่วยแปล โดยวัดผลทั้งเชิง คุณภาพและเชิงปริมาณ การวัดเชิงคุณภาพวัดโดยใช้หลักการแปลตามแนวทางของ Larson (1984) 3 ประการคือ ความถูกต้อง (accuracy) ความชัดเจน (clarity) และความเป็นธรรมชาติ (naturalness) รวมถึงความคิดเห็นของผู้แปลที่มีต่อโปรแกรมช่วยแปล ส่วนการวัดเชิงปริมาณ แบ่งเป็นการวัดความสม่ำเสมอ (consistency) ของคำศัพท์ในบทแปลการใช้งาน ความจำสำหรับการ แปล (translation memory) การใช้งานคำศัพท์เฉพาะ (term base) และการใช้งานเครื่อง แปลภาษา (machine translation) ในโปรแกรมช่วยแปล รวมถึงความพึงพอใจของผู้แปลต่อ โปรแกรมช่วยแปล ต้นฉบับที่เลือกมาแปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทยในงานวิจัยครั้งนี้เป็นบทความเฉพาะ ทางเทคนิคเทคนิค (Technical texts) ประเภทงานคู่มือ (Manual) จ านวนความยาว 750 คำนำ ข้อมูลมาจากหนังสือคู่มือ เรื่อง “คู่มือการใช้กล้อง Canon EOS 5D MARK IV” จัดทำโดย Canon INC. (2016) และกลุ่มตัวอย่างบุคคลแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญงานแปลเฉพาะทางเทคนิค และกลุ่มผู้แปลทั่วไปจำนวนกลุ่มละ 3 ท่าน ให้กลุ่มตัวอย่างแปลบทความที่กำหนดให้โดยใช้โปรแกรมช่วยแปล ซึ่งในการศึกษานี้โปรแกรมช่วยแปลที่ใช้เป็นทรัพยากรการแปล คือ โปรแกรมช่วยแปล “Memsource” นอกจากนี้ยังมีการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างถึงความพึงพอใจและวิธีการใช้งาน โปรแกรมช่วยแปลด้วย จากข้อมูลในการศึกษา สามารถสรุปได้ว่าโปรแกรมช่วยแปล (CAT tools) สามารถใช้เป็นทรัพยากรการแปลในการแปลงานเฉพาะทางได้ และมีประโยชน์กับทั้งผู้แปลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญใน หัวข้อและผู้แปลทั่วไป บทแปลมีคุณภาพของงานแปลโดยรวมในระดับที่ไม่แตกต่างกันและคุณภาพใน ระดับคำมีคุณภาพใกล้เคียงกัน ถึงแม้กลุ่มผู้แปลทั่วไปจะมีความรู้ด้านเนื้อหาและศัพท์เฉพาะน้อยกว่า ผู้แปลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อ แต่บทแปลของผู้แปลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อจะมีความถูกต้อง มากกว่าผู้แปลทั่วไปเล็กน้อย ผู้แปลทั้งสองกลุ่มมีวิธีการใช้งานโปรแกรมช่วยแปลในการแปลงาน เฉพาะทางในลักษณะเดียวกัน ผลการสำรวจความคิดเห็นที่มีต่อโปรแกรมแสดงให้เห็นว่าผู้แปลทั้งสอง กลุ่มเเห็นถึงประโยชน์ขององค์ประกอบต่างๆของโปรแกรมช่วยแปล (CAT tools) โดยเฉพาะความจำสำหรับการแปล (translation memory) และคำศัพท์เฉพาะ (termbase) ในการแปลงานเฉพาะด้าน อย่างไรก็ตามการแปลงานเฉพาะทางโดยการใช้โปรแกรมช่วยแปลเป็นทรัพยากรการแปลทั้งผู้แปลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อและผู้แปลทั่วไปยังต้องอาศัยการปรับบทแปลด้วยตนเอง เพิ่มเติมด้วยส่วนหนึ่ง แม้ว่าโปรแกรมช่วยแปลจะใช้เป็นเครื่องมือในการช่วยแปลได้เป็นอย่างดี แต่ในบางครั้งโปรแกรมช่วยแปลก็ไม่สามารถแปลได้อย่างสละสลวยและเป็นธรรมชาติตามภาษาปลายทาง ได้ทั้งหมด อาจต้องใช้ประกอบกับการปรับบทแปลและตรวจสอบโดยผู้แปลอีกครั้งหนึ่ง
  • การทดสอบประสิทธิภาพของฐานข้อมูลศัพท์เฉพาะด้านการเจาะระบบ ในโปรแกรมช่วยแปล MemSource

    สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อรวบรวมคําศัพท์เฉพาะและนําไปสร้างเป็นฐานข้อมูล คําศัพท์เฉพาะด้านการเจาะระบบที่ใช้ในโปรแกรมช่วยแปล Memsource(2) เพื่อทดสอบว่านักทดสอบ เจาะระบบกับนักแปลทั่วไปนําฐานข้อมูลศัพท์เฉพาะด้านการเจาะระบบไปใช้ในโปรแกรมช่วยแปลเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร (3) เพื่อทดสอบว่าการนําฐานข้อมูลศัพท์เฉพาะด้านการเจาะระบบไปใช้ใน โปรแกรมช่วยแปลช่วยให้นักทดสอบเจาะระบบและนักแปลแปลคําศัพท์เฉพาะได้อย่างคงเส้นคงวาหรือไม่ (4) เพื่อสอบถามความคิดเห็นของนักทดสอบเจาะระบบกับนักแปลทั่วไปที่มีต่อฐานข้อมูลศัพท์เฉพาะด้าน การเจาะระบบโดยผู้วิจัยจะรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ สร้างคลังข้อมูลสกัดคําศัพท์เบื้องต้นสร้าง มโนทัศน์สัมพันธ์ สร้างฐานข้อมูลศัพท์และวิจัยกับผู้ประเมินสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการเจาะ ระบบและกลุ่มนักแปลทั่วไป วิธีประเมินผลการใช้ฐานข้อมูลศัพท์เฉพาะด้านคือ หลังจากได้คัดเลือกผู้ประเมินทั้ง 2กลุ่ม กลุ่ม ละ 3 รายแล้ว ผู้วิจัยจะนัดหมายผู้เข้าร่วมการวิจัยเป็นจํานวน 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นการนัดหมายเพื่อให้ ข้อมูลเกี่ยวฐานข้อมูลศัพท์เฉพาะด้านการใช้โปรแกรมช่วยแปล Memsourceและทําแบบทดสอบการแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ครั้งที่สองเป็นการนัดหมายเพื่อสัมภาษณ์ความเห็นของผู้ประเมินถึง ประโยชน์ ข้อเสนอแนะของฐานข้อมูลศัพท์เฉพาะด้าน ทั้งนี้ ผลการวิจัยพบว่า นักทดสอบเจาะระบบมี การใช้ฐานข้อมูลศัพท์ฯน้อยกว่านักแปลทั่วไป โดยนิยมใช้คําแปลของตนมากกว่าใช้ฐานข้อมูลศัพท์ฯซึ่ง ส่งผลถึงเรื่องความคงเส้นคงวาของการแปลเพราะมีการใช้คําแปลที่หลากลายทําให้ความคงเส้นคงวาใน กลุ่มนักทดสอบเจาะระบบมีน้อยกว่ากลุ่มนักแปลทั่วไป ขณะที่นักแปลทั่วไปนิยมใช้ฐานข้อมูลศัพท์ฯและ งานแปลมีความคงเส้นคงมากกว่า อย่างไรก็ตามผู้ประเมินทั้งสองกลุ่มมีความพึงพอใจในการใช้ฐานข้อมูล ศัพท์ฯเนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของนักแปล สะดวกในการใช้งานแต่ควรขยายฐานข้อมูล ศัพท์โดยการเพิ่มคําศัพท์เฉพาะและคําศัพท์ไม่เฉพาะให้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มความหมายของคําศัพท์แต่ละ คําเข้าไปด้วย
Browse all / ดูทั้งหมด