วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ

  • เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อการประเมินสิ่งแวดล้อมเมือง

    จังหวัดระยองเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความเจริญด้านเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งมาจากการมีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่ทำให้เกิดการตั้งถิ่นฐานของแรงงาน ซึ่งการขยายเมืองอย่างรวดเร็วและหนาแน่น ส่งผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมเมืองหลายประการ โดยการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมมักอาศัยข้อมูลจากเครื่องมือที่ติดตั้งในรูปของสถานีตรวจคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีการติดตั้งแบบถาวรหรือแบบชั่วคราวที่มีราคาแพง ทำให้มีการติดตั้งอุปกรณ์มีจำกัดในบางพื้นที่ รวมถึงการสำรวจภาคสนามเพื่อสำรวจหรือติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ต้องอาศัยงบประมาณและแรงงานจำนวนมาก งานวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาศักยภาพของเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมเมืองของจังหวัดระยอง โดยศึกษาและประยุกต์ภาพถ่ายจากดาวเทียม ติดตามการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การขยายตัวของพื้นที่เมืองในจังหวัดระยอง ความหนาแน่นของสิ่งปลูกสร้าง ศึกษาศักยภาพของภาพถ่ายจากดาวเทียมในการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมเมือง และศึกษาสิ่งแวดล้อมเมืองในแต่ละระดับความหนาแน่นของสิ่งปลูกสร้าง ผลการศึกษาได้จำแนกความหนาแน่นของพื้นที่เมืองออกเป็น 5 ระดับ คือ หนาแน่นมากที่สุด (824.42 ตร.กม.) หนาแน่นมาก (1,018.86 ตร.กม.) หนาแน่นปานกลาง (1,008.11 ตร.กม.) หนาแน่นน้อย (568.75 ตร.กม.) หนาแน่นน้อยที่สุด (131.86 ตร.กม.) ส่วนผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์คุณภาพอากาศ พบว่า ค่าอุณหภูมิจากภาพถ่ายจากดาวเทียมมีความสัมพันธ์กับค่าที่ตรวจวัดจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในระดับสูงมาก (สหสัมพันธ์ = 0.91) อีกทั้งค่า PM 10 จากภาพถ่ายจากดาวเทียมมีความสัมพันธ์กับค่าที่ตรวจวัดจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในระดับสูงมากอีกเช่นกัน (สหสัมพันธ์ = 0.81) จึงสามารถสรุปได้ว่า เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมีศักยภาพในการประเมินสิ่งแวดล้อมเมืองในด้านกายภาพได้ดี และจากการประเมินสิ่งแวดล้อมเมืองด้วยเทคโนโลยีภูมสารสนเทศ พบว่า พื้นที่ที่มีความเป็นเมืองหรือมีการกระจุกตัวของสิ่งปลูกสร้างหนาแน่นมากที่สุด และมีสิ่งแวดล้อมเมืองที่ต้องเฝ้าระวังในอำเภอเมืองระยองอยู่ที่ตำบลปลวกแดง มาบตาพุด และเชิงเนิน
  • การศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

    การวิจัยเรื่อง “การศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี” มีวัตถุประสงค์เพื่อ สำรวจสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ประเมินมาตรฐานคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี และศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เหมาะสมโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์โครงข่าย งานวิจัยดังกล่าวเป็น การวิจัยเชิงคุณภาพที่มีการประยุกต์ใช้เครื่องมือทางเทคนิค ในลักษณะการสำรวจ ประเมิน และสัมภาษณ์ในสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมด 20 สถานที่ท่องเที่ยวได้แก่ ศาลเจ้าหน่าจา วัดเขาพระพุทธบาทบางทราย วัดธรรมนิมิตต์ วัดใหญ่อินทาราม พระพุทธสิหิงค์มิ่งมงคลศิรนาถ วัดหนองศรีสงวน วัดอู่ตะเภา วัดตาลล้อม วัดบางเป้ง วัดเก่าโบราณ พระวิหารอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ศาลเจ้าแม่หินเขา ตลาดเก่าอ่างศิลา ตลาดสะพานปลาอ่างศิลา ตลาดหนองมน ตลาดประมงท่าเรือพลี วังแสนสุข พิพิธภัณฑ์เรือนไทย พิพิธภัณฑ์ทหารเกาหลี และพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราช จากนั้นนำผลการประเมินที่ได้มาจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวและเข้าเทคนิคการวิเคราะห์โครงข่าย โดยผลการวิจัยทำให้ทราบว่า แหล่งท่องเที่ยวที่มีค่าคะแนนประเมินสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งและสองได้แก่ วัดใหญ่อินทาราม วัดเขาพระพุทธบาทบางทราย ศาลหน่าจา พระโพธิสัตว์ปางพันกร ตลาดหนองมนตลาดประมงท่าเรือพลี วังแสนสุขและพิพิธภัณฑ์ 72 พรรษามหาราช ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวถูกนำมาจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวได้ทั้งหมดสามรูปแบบด้วยกัน อันได้แก่ รูปแบบหนึ่งวัน ประกอบไปด้วย วัดใหญ่อินทาราม ศาลหน่าจา วังแสนสุขและตลาดหนองมน รูปแบบสองวันเสาร์-อาทิตย์ ประกอบไปด้วย วัดใหญ่อินทาราม ศาลหน่าจา พิพิธภัณฑ์ 72 พรรษามหาราช ตลาดประมงท่าเรือพลี วังแสนสุข ตลาดหนองมน พระโพธิสัตว์ปางพันกรและวัดเขาพระพุทธบาทบางทราย รูปแบบสองวัน ประกอบไปด้วย วัดใหญ่อินทาราม ศาลหน่าจา พิพิธภัณฑ์ 72 พรรษา มหาราช ตลาดเก่าอ่างศิลา วังแสนสุข ตลาดหนองมน พระโพธิสัตว์ปางพันกรและวัดเขาพระพุทธบาทบางทราย โดยผู้วิจัยมีการจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงความหลากหลายของประเภทแหล่งท่องเที่ยวเป็นสำคัญและข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษา ควรเพิ่มเกณฑ์ความนิยมของนักท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่แบบประเมินมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เนื่องด้วยข้อมูลสาระสนเทศทางภูมิศาสตร์ของแต่ละหน่วยงานไม่เหมือนกันดังนั้นควรอัพเดทข้อมูลสาระสนเทศดังกล่าวให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น
  • การวิเคราะห์พื้นที่เหมืองหินและค่าฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศด้วยข้อมูลจาก ดาวเทียม จังหวัดสระบุรี

    จังหวัดสระบุรีเป็นแหล่งวัตถุดิบปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตส าคัญของ ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่มักก่อปัญหาฝุ่นละอองในบรรยากาศสูงเกินมาตรฐาน (เฉลี่ย 24 ชั่วโมงไว้ ไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งของทุกๆ ปี (กรมควบคุมมลพิษ ,2558) ส่งผลกระทบในด้านสุขภาพของคนและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการขยายตัวของเหมืองหินอุตสาหกรรมในจังหวัดสระบุรี และวิเคราะห์คา่ฝนุ่ ละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ในชั้นบรรยากาศ (Particular matter 10 micrometers or less in diameter, PM10) ด้วยภาพถ่ายจากดาวเทียม Landsat โดยผลการวิเคราะห์ค่าฝุ่นละอองจาก ภาพถ่ายจากดาวเทียมจะน ามาเปรียบเทียบกับข้อมูลฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ที่บันทึก โดยสถานีตรวจคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษในพื้นที่ศึกษา ผลการศึกษา พบว่า พื้นที่เหมือง หินอุตสาหกรรมโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการเปิดหน้าดินจากปี 2541 ถึงปี 2558 นั้น มีการขยายตัว 82.4 ตารางกิโลเมตร และผลการวิเคราะห์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ในชั้นบรรยากาศ มี ความสอดคล้องในระดับดีกับข้อมูลที่ตรวจวัดจริงจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุม มลพิษ หรือค่าสหสัมพันธ์เท่ากับ 0.78 ดังนั้น ค่าที่วิเคราะห์จากภาพถ่ายจากดาวเทียม จึงสามารถ น าไปใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นส าหรับวิเคราะห์คุณภาพอากาศในพื้นที่ที่ไม่มีการติดตั้งสถานีตรวจคุณภาพ อากาศได้ นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ค่าฝุ่นละอองเล็กกว่า 10 ไมครอน ในชั้นบรรยากาศหลาย ช่วงเวลาของพื้นที่จังหวัดสระบุรี พบว่า ช่วงเวลาที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ใน บรรยากาศสูงเกินมาตรฐานในรอบปีมีช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้น และความแม่นย าของการวิเคราะห์คา่ฝนุ่ ละอองในชั้นบรรยากาศจะลดลงในช่วงที่มีสภาพอากาศไม่ปลอดโปร่ง โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ภาพถ่าย จากดาวเทียม Landsat 8 จะถ่ายติดเมฆและหมอก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการวิเคราะห์ภาพถ่ายจาก ดาวเทียม
  • กล้วยหอมทอง : พืชเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดปทุมธานี

    ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดปทุมธานีมาอย่างยาวนาน เนื่องจากประสบ ปัญหาภาวะราคาผลผลิตแตกต่างกอปรกับนโยบายรณรงค์ให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและลดการทำนาปรัง โดยการปรับเปลี่ยนชนิดพืชของเกษตรกรในจังหวัดปทุมธานีนั้นมีหลากหลายชนิด ซึ่งกล้วยหอมทอง เป็นหนึ่งในทางเลือกดังกล่าว การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการขยายตัวของขอบเขตและพื้นที่ ปลูกกล้วยหอม ระหว่าง ปี 2552 และ ปี 2559 ด้วยภาพถ่ายจากดาวเทียม Landsat และกลุ่ม Digital Globe (Path 129 – Row 50) และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่เพาะปลูกกล้วยหอมกับ ผลผลิต และผลตอบแทนของกล้วยหอมเมื่อเปรียบเทียบกับข้าวในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีด้วยการลง ภาคสนามและการสัมภาษณ์เชิงลึกเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทอง ผลการศึกษา พบว่า พื้นที่ปลูก กล้วยหอมในจังหวัดปทุมธานีมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อำเภอหนองเสือเป็นพื้นที่ปลูก สำคัญซึ่งมีพื้นที่ปลูกเพิ่มจาก ปี 2552 เท่ากับ 11,910 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 253 เมื่อวิเคราะห์จาก ภาพในปี 2559 ส่งผลให้จังหวัดปทุมธานีกลายเป็นพื้นที่ปลูกกล้วยอันดับต้นของประเทศในปัจจุบัน ส่วนการศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ พบว่า กล้วยหอมทองให้ตอบผลแทนทางเศรษฐกิจมากกว่า ข้าว ซึ่งวิเคราะห์จากต้นทุนในการเพาะปลูกด้านต่าง ๆ ร่วมกับราคาผลผลิตและตลาดรับซื้อ กล้วย หอมทองใช้น้ำน้อยกว่าข้าว อีกทั้งมีกระแสรักสุขภาพหันมาบริโภคกล้วยหอมกันมากขึ้น จึงมีตลาด รองรับผลผลิตในปริมาณที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยผลจากการศึกษานี้จะเป็น ข้อมูลสนับสนุนให้หน่วยงานด้านการเกษตร นายทุน ลูกค้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทราบถึงตำแหน่งและ ขนาดของพื้นที่ปลูกกล้วยหอมที่ชัดเจน เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมการเพาะปลูก การดูแล ควบคุม และ ปรับปรุงคุณภาพผลผลิตให้มีมาตรฐานสำหรับการส่งออกหรือตรงตามความต้องการของตลาดรับซื้อ มากขึ้น
  • การศึกษาความคุ้มทุนและการจัดการนาข้าวหลังเข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี

    การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) รวบรวมข้อมูลและจัดการกับฐานข้อมูลนาแปลงใหญ่อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้ากับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ 2) เพื่อศึกษาความคุ้มทุนหลังการร่วมโครงการนาแปลงใหญ่อำเภอดอนเจดีย์และแสดงผลในรูปแบบแผนที่ และ3) เพื่อศึกษาถึงรูปแบบระบบการเพาะปลูกนาแปลงใหญ่ด้านกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ใช้วิธีสัมภาษณ์เกษตรอำเภอ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ และตัวแทนเกษตรกรในอำเภอดอนเจดีย์ทั้งที่อยู่ในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน ผลการศึกษาพบว่า ฐานข้อมูลสามารถช่วยในการจัดการข้อมูลนาแปลงใหญ่เพื่อใช้งานร่วมกับการวิเคราะห์ต้นทุนและความคุ้มทุนได้ผลดังนี้ นาแปลงใหญ่ทั้ง 3 แปลง ได้แก่ 1) แปลงรักษ์ดอนเจดีย์ 2) ไร่รถร่วมใจ และ 3) แปลงบ้านชีธาราม มีต้นทุนในการผลิตลดลงทั้งหมดทุกแปลง และได้กำไรทุกแปลง โดยแปลงไร่รถร่วมใจมีต้นทุนลดลงสูงที่สุดคือ 2,000 บาท แต่มีเกษตรกรบางรายในแปลงรักษ์ดอนเจดีย์ที่ขาดทุนหลังเข้าร่วมแปลงใหญ่ ส่วนเรื่องรูปแบบการเพาะปลูกนาของเกษตรกรแปลงใหญ่ที่มีพื้นที่ในเขตชลประทานและพื้นที่นอกเขตชลประทานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่วิธีการเพาะปลูก การดูแล รวมถึงชนิดพันธุ์ข้าวแตกต่างกัน
  • เปรียบเทียบประสิทธิภาพของแอปพลิเคชั่นพยากรณ์อากาศกับสถานีตรวจวัดอุตุนิยมวิทยา

    การวิจัยเชิงปริมาณในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษารูปแบบการใช้งานของแอปพลิเคชั่นพยากรณ์อากาศ 2) เพื่อศึกษาถึงความถูกต้องของแอปพลิเคชั่นพยากรณ์อากาศและเปรียบเทียบความถูกต้องในการพยากรณ์อากาศของแอปพลิเคชั่นพยากรณ์อากาศ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นพยากรณ์อากาศ ด้วยวิธีการ Usability testing กับผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่น 3 แอปพลิเคชั่น จำนวน 5 คน จากนั้นใช้สูตรและค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ในการหาค่าความถูกต้องระหว่างแอปพลิเคชั่นกับสถานีตรวจวัดอุตุนิยมวิทยา ผลการศึกษาพบว่า 1. ผู้ใช้งานมีความคิดเห็นต่อการใช้แอปพลิเคชั่น Windy ว่า ข้อมูลในการพยากรณ์อากาศมากเกินกว่าความจำเป็นของผู้ใช้งานทั่วไป และในการใช้งานมีอาการกระตุกจากการโหลดข้อมูลบ้าง ส่วนแอปพลิเคชั่น Accuweather ผู้ใช้งานมีความคิดเห็นต่อการใช้งานว่า มีข้อมูลในการพยากรณ์อากาศเหมาะสมกับการใช้งานทั่วไป มีการพยากรณ์อากาศล่วงหน้าได้นานกว่าแอปพลิเคชั่นอื่น หน้าตาของแอปพลิเคชั่นเรียบง่าย การใช้งานสะดวก และแอปพลิเคชั่น Climendo ผู้ใช้งานมีความคิดเห็นต่อการใช้งานว่า ข้อมูลในการพยากรณ์อากาศมีข้อมูลที่น้อย ในการใช้งานพยากรณ์อากาศต้องโหลดข้อมูลนานเพราะแอปพลิเคชั่นต้องนำการพยากรณ์อากาศจากแอปพลิเคชั่นมาวิเคราะห์ก่อนแสดงผล ผู้ใช้งานมีความพึงพอใจในการใช้แอปพลิเคชั่น Accuweather มากที่สุด 2. การพยากรณ์ฝน แอปพลิเคชั่น Windy – NEMS มีความถูกต้องมากที่สุด รองลงมาคือ Accuweather, Windy – GFS, Climendo และ Windy – ECMWF ตามลำดับ 3. การพยากรณ์อากาศอุณหภูมิ แอปพลิเคชั่น Climendo มีความถูกต้องมากที่สุด รองลงมาคือ Accuweather, Windy – ECMWF, Windy – NEMS และ Windy – GFS ตามลำดับ 4. การพยากรณ์ความเร็วลม แอปพลิเคชั่น Windy – GFS มีความถูกต้องมากที่สุด รองลงมาคือ Accuweather, Climendo, Windy – NEMS และ Windy – ECMWF ตามลำดับ 5. การพยากรณ์ความสูงคลื่น แอปพลิเคชั่น Windy – EMCWF มีความถูกต้องมากกว่า Windy – GFS 6. การพยากรณ์เวลาพระอาทิตย์ขึ้นตก แอปพลิเคชั่น Accuweather เป็นแอปพลิเคชั่นเดียวที่พยากรณ์ข้อมูลนี้ได้ 7. แอปพลิเคชั่นที่ความสมดุลของความถูกต้องในการพยากรณ์ทุกด้านมากที่สุด คือ แอปพลิเคชั่น Accuweather
  • การแพร่กระจายของตะกอนน้้าทะเลหลายช่วงเวลา ในอ่าวไทย กรณีศึกษาทะเลชายฝั่งบริเวณจังหวัดชลบุรี

    จังหวัดชลบุรีเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญทั้งทางด้านอุตสาหกรรม การค้าขาย และการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคตะวันออกและของประเทศไทย ซึ่งหลายกิจกรรมท้าให้จังหวัดชลบุรีมีคุณภาพน้ำทะเลเสื่อมโทรมลง เนื่องจากทะเลเป็นแหล่งสุดท้ายที่จะรองรับน้ำทิ้งและกากของเสียต่างๆ ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจของผู้ประกอบการ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาศักยภาพของภาพถ่ายจากดาวเทียม LANDSAT 8 ในการวิเคราะห์ตะกอนแขวนลอยในน้ำทะเล 2) ศึกษาปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่ทิศทาง ความเร็วของลม ทิศทาง ความสูงของคลื่น และ 3) ศึกษากิจกรรมของมนุษย์ที่มีผลต่อการแพร่กระจายของตะกอนแขวนลอยในน้ำทะเล โดยวิธีการศึกษาใช้วิธีการวิเคราะห์การแพร่กระจายของตะกอนด้วยจากภาพถ่ายจากดาวเทียมแลนด์แซท (LAMDSAT 8) รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยทางกายภาพ และกิจกรรมชายฝั่งทะเลจะเลือกเฉพาะบริเวณที่มีการเก็บค่าคุณภาพน้ำรวม 10 จุด ที่ส่งผลต่อการแพร่กระจายของตะกอน ผลการศึกษาพบว่า ดาวเทียม LANDSAT 8 มีศักยภาพในการวิเคราะห์ตะกอนแขวนลอยในน้ำทะเล ซึ่งทิศทางการเคลื่อนที่ของตะกอนเคลื่อนที่ไปตามทิศทางลมของมรสุมในแต่ละฤดูกาล และบริเวณที่มีตะกอนน้ำทะเลสูงมักเป็นชายหาดที่มีกิจกรรมการท่องเที่ยว สะพานปลา และป่าชายเลน
  • การประยุกต์ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อวิเคราะห์ขอบเขตการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินจากการขยายตัวของเมือง จังหวัดนนทบุรี

    งานวิจัยส่วนบุคคลเล่มนี้มุ่งหมายศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินการจากการขยายตัวของเมืองเพื่อวิเคราะห์ขอบเขตการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในจังหวัดนนทบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากการขยายตัวของเมืองในจังหวัดนนทบุรี และศึกษาขอบเขตการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในจังหวัดนนทบุรีโดยผลการศึกษาพบว่า ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือพื้นที่เกษตรกรรมโดยมีการลดลงของพื้นที่ถึง 45,937.5 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่มีการเพิ่มขึ้นคือพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง นอกจากนี้บริเวณพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดมีพื้นที่ 87,476 ไร่ โดยพื้นที่ที่อยู่อาศัยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด รองลงมาเป็นพืชสวน และจากการใช้ประโยชน์ที่ดินปี พ.ศ. 2550 -2559 พื้นที่เกษตรกรรมลดลงและได้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นพื้นที่เมืองมากยิ่งขึ้น ซึ่งพื้นที่เมืองที่เพิ่มขึ้นทำให้การบริการการแพทย์ฉุกเฉินในระยะเวลา 10 นาที มีพื้นที่ 354,738.94 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 89.19 โดยอำเภอไทรน้อยมีพื้นที่ให้บริการน้อยที่สุดเพราะมีการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นประเภทพื้นที่เกษตรกรรม อำเภอบางบัวทองมีพื้นที่ให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินมากที่สุด และพื้นที่รอยต่อของอำเภอบางกรวย อำเภอบางใหญ่ และอำเภอเมืองนนทบุรี ควรขยายพื้นที่บริการการแพทย์ฉุกเฉิน
  • การศึกษาธุรกิจที่พักโฮสเทล บริเวณถนนข้าวสารและการพัฒนาระบบการให้บริการแผนที่ออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

    การวิจัยเล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบและลักษณะการจัดตั้งธุรกิจที่พักประเภทโฮสเทล บริเวณถนนข้าวสาร และศึกษาพฤติกรรมและปัจจัยของนักท่องเที่ยวที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการที่พักโฮสเทลบริเวณถนนข้าวสาร เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาปรับปรุงระบบการให้บริการแผนที่ออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยการศึกษารูปแบบและความเป็นมาของธุรกิจที่พักโฮสเทล บริเวณถนนข้าวสาร และศึกษาพฤติกรรมและปัจจัยของนักท่องเที่ยวที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการที่พักโฮสเทล ใช้วิธีการสำรวจข้อมูลจากผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวโดยใช้แบบสอบถาม เมื่อทราบสาเหตุและปัจจัยของนักท่องเที่ยวที่มีต่อการเลือกใช้บริการที่พักโฮสเทลแล้ว จึงนำข้อมูลมาใช้เพื่อการพิจารณาพัฒนาระบบการให้บริการแผนที่ออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยการเก็บข้อมูลภาคสนามจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างควบคู่กับเครื่องมือภูมิศาสตร์ทางเทคนิค อันได้แก่ โปรแกรม Arc GIS Online ซึ่งจะเก็บข้อมูลพิกัด (ละติจูดและลองจิจูด) ของที่ตั้งโฮสเทลแต่ละแห่ง แล้วนำมาจัดทำระบบการให้บริการแผนที่ออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของที่พักโฮสเทล โดยจะวิเคราะห์ผลการศึกษาออกมาเป็นประเด็นตามวัตถุประสงค์การวิจัย แล้วเชื่อมโยงผลการศึกษาที่เกี่ยวข้องกัน ผลการศึกษา พบว่าธุรกิจที่พักโฮสเทล บริเวณถนนข้าวสาร เป็นจุดเริ่มต้นของที่พักโฮสเทลเกิดจากการยอมรับแนวคิดการทำที่พักราคาประหยัดด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจเป็นหลัก มีลักษณะเป็นการจองที่พักโฮสเทลผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจัยที่สำคัญสำหรับการเลือกที่พักประเภทโฮสเทลนี้ คือ ด้านทำเลที่ตั้ง ด้านราคา และด้านห้องพักตามลำดับ จากเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้พัฒนาระบบการให้บริการแผนที่ออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และรายละเอียดที่พักให้กับนักท่องเที่ยว ผ่านทาง Arc GIS Online เพื่อเป็นการช่วยผู้ประกอบการ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่พักโฮสเทล และเพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งสถานที่ตั้งของที่พักโฮสเทลทั้ง 10 แห่ง ของบริเวณถนนข้าวสารในปัจจุบัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจที่พักประเภทโฮสเทลของประเทศไทย
  • การทำแผนที่ความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) ในเมืองกรุงเทพมหานคร ด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ

    กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เนื่องจากเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้การคมนาคมมีทางเลือกมากมาย แต่การคมนาคมบนท้องถนนก็เป็นการคมนาคมทางหลักของคนภายในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ ทำให้รถยนต์บนท้องถนนมีจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันกรุงเทพมหานครก็ประสบปัญหามลพิษในอากาศที่มีต้นกำเนิดจากรถยนต์บนท้องถนน การจราจรที่หนาแน่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพการใช้ชีวิตในเมือง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมตรวจหาและเพื่อเปรียบเทียบแบบจำลองปริมาณความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน และจัดทำแผนที่ปริมาณความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ด้วยดาวเทียม LANDSAT 8 ระบบ OLI โดยนำผล การวิเคราะห์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนจากภาพถ่ายจากดาวเทียมมาหาความสัมพันธ์กับข้อมูลปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ด้วยสมการถดถอย (Regression) 8 รูปแบบ ได้แก่ แบบเส้นตรง (Linear models) แบบล็อกการิทึม (Logarithmic models) แบบควอดราติกส์ (Quadratic models) แบบคิวบิค (Cubic models) แบบเลขยกกำลัง (Power models) แบบตัวเอส (S-curve models) แบบเอ็กโปเนนเซียล (Exponential models) และการถดถอยเชิงเส้นแบบพหุ (Multiple Linear models) ผลการศึกษาพบว่าการใช้ข้อมูลความหนาเชิงแสง (AOT) ด้วยสมการแบบควอดราติกส์ (Quadratic models) โดยมีรูปสมการ PM10 = 53283(b2)2 - 8735.1(b2) + 415.18 ให้ค่าสหสัมพันธ์ (R2) เท่ากับ 0.542 จากนั้นแบบจำลองจากความสัมพันธ์ที่ได้ไปตรวจสอบความแม่นยำ (RMSE) ซึ่ง RMSE ที่ได้จากข้อมูลความหนาเชิงแสง (AOT) สมการควอดราติกส์ (Quadratic models) มีค่าเท่ากับ 11.01
  • การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อศึกษาพื้นที่เสี่ยงในการเกิดโรคไข้เลือดออก พื้นที่จังหวัดนครปฐม

    งานวิจัยส่วนบุคคลเล่มนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อศึกษาพื้นที่เสี่ยงในการเกิดโรคไข้เลือดออก พื้นที่จังหวัดนครปฐม ใน 2 ประเด็น (1) ได้ทราบถึงการกระจายตัวของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม (2) ได้ทราบถึงพื้นที่เสี่ยงการเกิดโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม จากการศึกษาประเด็นดังกล่าว พบว่า (1) ระดับการกระจายเชิงพื้นที่ของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก และระดับความหนาแน่นของประชากรมีความสัมพันธ์กัน (2) ในการศึกษาพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคไข้เลือดออก พื้นที่จังหวัดนครปฐม ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาตร์ โดยนำข้อมูลที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้เลือดออก 4 ปัจจัย ได้แก่ ข้อมูลการกระจายตัวเชิงพื้นที่ของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกข้อมูลหมู่บ้าน ข้อมูลแหล่งน้ำและการใช้ประโยชน์ที่ดินจังหวัดนครปฐม พบว่า ระดับของพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้เลือดออก แบ่งออกเป็น 3 ระดับ พบว่า พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้เลือดออกสูง มีพื้นที่ทั้งหมด 108.53 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 5.07 พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้เลือดออกปานกลาง มีพื้นที่ทั้งหมด 1,573.34 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 73.49 และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้เลือดออกต่ำ มีพื้นที่ทั้งหมด 459.05 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 21.44
  • การเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม MICE ในจังหวัดขอนแก่น

    ในปัจจุบันการท่องเที่ยวรูปแบบไมซ์ ( MICE ) มีการส่งเสริมจากรัฐมากขึ้นในไทย และสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ได้มีการผลักดันให้ขอนแก่นเป็น MICE City แห่งที่ 5 ของประเทศ ผู้ศึกษาจึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาครั้งนี้คือ (1) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม MICE ในจังหวัดขอนแก่น (2) เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของกลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรม MICE ในจังหวัดขอนแก่น (3) เพื่อศึกษาปัญหา และอุปสรรคของผู้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม MICE ในจังหวัดขอนแก่น มีกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มไมซ์ 386 คน และผู้จัดแสดงสินค้า 5 ราย ศึกษาด้วยแบบสอบถามร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งวิเคราะห์ผลด้วยสถิติความถี่สะสม ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าเฉลี่ย t-Test และ ANOVA ผลการศึกษามีดังนี้ ข้อมูลทั่วไปของผู้เข้าร่วมกิจกรรมไมซ์ในจังหวัดขอนแก่นเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชายคิดเป็นร้อยละ 61.4 ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 21–30 ปี (ร้อยละ 42) มีสถานภาพโสด (ร้อยละ 87.3) มีระดับการศึกษาปริญญาตรี (ร้อยละ 63.5) อาชีพนักเรียน/นักศึกษามากที่สุด (ร้อยละ 66.8) และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนน้อยกว่า 10,000 บาท มากที่สุด (ร้อยละ 54.7) ส่วนข้อมูลด้านการเดินทางมาใช้บริการกิจกรรมไมซ์ พบว่า มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด (ร้อยละ 83.1) โดยมาจากจังหวัดขอนแก่นมากที่สุด (ร้อยละ 68.7) มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าร่วมประชุม/สัมมนาองค์กรมากที่สุด (ร้อยละ 54.6) เดินทางมาท่องเที่ยว/เข้าร่วมงานกับกลุ่มเพื่อนมากที่สุด (ร้อยละ 44.3) ส่วนใหญ่เดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมากที่สุด (ร้อยละ 73.3) ใช้ระยะเวลาในการเข้าร่วมงาน 1-3 ชั่วโมงมากที่สุด (ร้อยละ 53.1) ส่วนใหญ่ไม่ค้างคืน (ร้อยละ 54.4) ใช้จ่ายโดยเฉลี่ยที่ใช้ในกิจกรรม MICE น้อยกว่า 1,000 บาท (ร้อยละ 43) มีความสนใจเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดขอนแก่นมากที่สุด (ร้อยละ 30.3) ส่วนใหญ่คิดว่าปัจจัยด้านสถานที่ท่องเที่ยวและสิ่งดึงดูดใจเป็นปัจจัยที่สำคัญในการตัดสินใจเดินทางมายังจังหวัดขอนแก่นเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม MICE มากที่สุด (ร้อยละ 50.5) ส่วนความความพึงพอใจในภาพรวมพบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ “พึงพอใจมาก” คิดเป็นค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.09 โดย ด้านการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐและเอกชนมีความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.20 และความพึงพอใจน้อยที่สุดคือ ด้านสถานที่ท่องเที่ยวและสิ่งดึงดูดใจใน จ.ขอนแก่น คิดเป็นค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.00 การเปรียบเทียบความพึงพอใจ พบว่า ประเด็นเพศและภูมิลำเนาแตกต่างกัน มีความพึงพอใจโดยรวมต่อกิจกรรมไมซ์ในจังหวัดขอนแก่นไม่แตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ส่วนประเด็น อายุ อาชีพ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และวัตถุประสงค์การเดินทางแตกต่างกัน มีความพึงพอใจโดยรวมต่อกิจกรรมไมซ์ในจังหวัดขอนแก่นแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ปัญหาและอุปสรรคของกิจกรรม Meeting ในด้านผู้เข้าร่วมงาน / ลูกค้า และด้านเจ้าภาพจัดงาน/เจ้าของงาน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ภายในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งทำให้เห็นว่าขอนแก่นยังขาดสิ่งดึงดูดหรือปัจจัยที่สำคัญที่จะสามารถดึงองค์กรจากจังหวัด/ภูมิภาคอื่นๆเข้ามาได้ ด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้อง บางบริการยังขาดช่องทางการแนะนำที่ชัดเจนจากผู้ที่น่าเชื่อถือ ด้านหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สนับสนุนการจัดงาน ยังไม่มีการสนับสนุนอะไรที่เป็นพิเศษกับกิจกรรมการประชุมองค์กรจากภาครัฐ ส่วนการประชาสัมพันธ์ไม่เป็นที่ได้รับความสนใจ ให้ผู้คนยังไม่รู้สึกถึงความพิเศษหากมาเยือนจังหวัดขอนแก่น กิจกรรม Convention ด้านผู้เข้าร่วมงาน / ลูกค้า มีจำนวนมากและมาจากหลากหลายประเทศ อาจเกิดความล่าช้าในการลงทะเบียนเพื่อรับของต่างๆภายในงานเนื่องจากข้อจำกัดด้านภาษา ด้านสถานที่จัดงาน ที่จอดรถไม่เพียงพอ ด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การสั่งทำของที่ระลึกจำนวนมากไม่สามารถทำที่จังหวัดขอนแก่นได้ จึงต้องสั่งทำจากที่อื่นและมีค่าขนส่ง ด้านหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สนับสนุนการจัดงาน มีบริการนำเที่ยวฟรีเพื่อชักจูงให้ผู้ร่วมงานท่องเที่ยวภายในจังหวัดขอนแก่น แต่รับเพียง 40 คนเท่านั้น กิจกรรม Exhibition ด้านผู้เข้าร่วมงาน / ลูกค้า กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวขอนแก่นและมีจังหวัดอื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้างแต่มีเพียงเล็กน้อยท่านั้น ด้านสถานที่จัดงาน ห้องประชุมขนาดใหญ่ที่สุดที่ใช้จัดงานครั้งนี้ยังเล็กไปสำหรับงานแสดงสินค้าโดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ และยังด้อยเรื่องอาหาร อีกทั้งพื้นที่จัดงานไม่มีสถานที่ที่จะจัดเป็นพื้นที่เก็บสินค้าสำรองชั่วคราวได้อย่างเพียงพอ ด้านหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สนับสนุนการจัดงานยังมีการประชาสัมพันธ์ยังไม่กว้างขวางพอ
Browse all / ดูทั้งหมด