ศิลปศาสตรบัณฑิต (ทุกสาขาวิชา)

  • โอกาสในการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย

    การศึกษาภาคนิพนธ์ครั้งนี้เป็นการศึกษาถึงโอกาสในการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดนครศรีธรรมราช ศึกษาอิทธิพลและปัจจัยต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดนครศรีธรรมราช ศึกษาศักยภาพและการจัดการแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน เพื่อประกอบการวิเคราะห์ถึงความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย พร้อมทั้งศึกษาปัญหาและอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียในการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชและแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย โดยผู้ศึกษาได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องและจากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่งานฐานข้อมูลการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช และนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์ โดยผ่านทฤษฎี SWOT Analysis และ TOWS Matrix เพื่อหาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค เพื่อนำมาประกอบการกำหนดกลยุทธ์ในการการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช จากการศึกษาพบว่านักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ทำรายได้หลักจากภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้เวลาท่องเที่ยวในประเทศไทยยาวนานเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 10 วันขึ้นไป และนิยมเที่ยวบริเวณชายหาดในเมืองหลัก อย่างเช่น พัทยา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ซึ่งแนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากเมื่อก่อนที่นิยมอยู่ในสถานที่เดิม ๆ และเดินทางกับกรุ๊ปทัวร์เป็นหลัก แต่ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจพิเศษเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ บวกกับนักท่องเที่ยวแบบอิสระ หรือแบบ FIT (Free Independent Traveler) ที่เลือกเดินทางด้วยตนเองไม่พึ่งพาบริษัทนำเที่ยวหรือกรุ๊ปทัวร์และนักท่องเที่ยวแบบ Revisit ที่ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐและเอกชนของประเทศไทย ในด้านการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองหลักเชื่อมเมืองรอง เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางมากขึ้น เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นสอดคล้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นเมืองรองที่มีศักยภาพของภาคใต้ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์ นอกจากการท่องเที่ยวทางทะเลที่ตรงพฤติกรรมความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียแล้ว ยังมีภูเขา แม่น้ำ น้ำตก จนได้รับรางวัลกินรี (Tourism Awards) ด้านแหล่งท่องเที่ยว และมีความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อย่างวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งถูกจัดให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลก (UNESSCO) และวิถีชุชม อย่างหมู่บ้านคีรีวง ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น THE BEST OZONE IN THAILAND แต่ด้วยจังหวัดนครศรีธรรมราชขาดการประชาสัมพันธ์ จึงทำให้ยังไม่เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และด้วยปัจจัยที่เป็นปัญหาและอุปสรรค อย่างการไม่มีสถานบันเทิงเหมือนเมืองหลักและภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวของจังหวัด ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีจำนวนน้อย แต่ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ศึกษาเล็งเห็นโอกาสในการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียต่อไป
  • การศึกษาเปรียบเทียบความโหดร้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง ผ่านมุมมอง จากบันทึกสงครามของเด็กหญิงชาวรัสเซีย “Tanya Vassoevich” และ เด็กหญิงชาวเยอรมัน “Anne Frank”

    ภาคนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาเปรียบเทียบมุมมองความโหดร้ายที่มีต่อสงครามโลก ครั้งที่สองผ่านสมุดบันทึกของเด็กหญิงชาวรัสเซียที่ชื่อ ทาเนีย วาสโซเยวิช (Tanya Vassoevich) และ เด็กหญิงชาวเยอรมันที่ชื่อ แอนน์ แฟร้งค์ (Anne Frank) โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่ประวัติของเด็กหญิงทั้งสองคน และทำการศึกษาตัวบันทึกทั้งสองเล่ม ซึ่งได้ทำการเก็บข้อมูลจากบันทึกในภาพรวม จากนั้นจึงสรุปใจความสำคัญของบันทึกทั้งสองเล่มออกมา และนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ร่วมกับทฤษฎีวิจารณ์วรรณกรรมแบบตะวันตก โดยใช้แนวทางการวิเคราะห์ตามแนวประวัติศาสตร์และชีวประวัติ พร้อมกับการวิจารณ์ตามแนวทางจิตวิเคราะห์ เพื่อสะท้อนเป็นแง่มุมต่าง ๆ ที่เด็กหญิงทั้งคู่มองเกี่ยวกับสงครามในครั้งนี้ ผลที่ได้จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบมุมมองความโหดร้ายที่มีต่อสงครามโลกครั้งที่สองผ่านสมุดบันทึกของทาเนียและแอนน์ พบว่ามีความเหมือนกันเนื่องจากสงครามในครั้งนี้ทำให้ เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตของพวกเธอ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียครอบครัวอันเป็นที่รัก สูญเสียเพื่อนและช่วงชีวิตในวัยเด็ก รวมถึงอิสรภาพในการใช้ชีวิต สิ่งเหล่านี้ถูกบรรยายออกมาผ่านตัวอักษรในสมุดบันทึกของพวกเธอ ซึ่งแสดงให้ผู้อ่านรับรู้ถึงความเศร้าและความหดหู่ใจที่พวกเธอมีต่อสงคราม แต่ทั้งนี้สภาวะการเผชิญสงครามของทั้งคู่ก็มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ ทาเนียทำการบันทึกผ่านเรื่องราวที่เธอประสบพบเจอเอง ในขณะที่แอนน์เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามในบันทึกผ่านข่าวสารที่เธอรับฟังมาจากผู้ให้ความช่วยเหลือครอบครัวของเธอและข่าวสารจากวิทยุอังกฤษ พร้อมบรรยายถึงความรู้สึกอัดอั้นภายในจิตใจของเธอระหว่างการหลบซ่อนตัวเป็นส่วนใหญ่ แต่ข้อมูลดังกล่าวก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมุมมองของพวกเธอที่มีต่อสงคราม แม้ว่าบริบทจะแตกต่างกันก็ตาม ผลสรุปจากการศึกษา กล่าวคือ แม้ว่าทาเนียและแอนน์จะมีปัจจัยทางด้านสถานการณ์แวดล้อมของสงครามที่แตกต่างกัน แต่พวกเธอก็มีมุมมองต่อความโหดร้ายของสงครามในครั้งนี้ เป็นไปในทางเดียวกัน นั่นคือ เด็กหญิงทั้งสองคนต่างมองสงครามในด้านลบที่สร้างความสูญเสียซึ่งสิ่งสำคัญต่าง ๆ ในชีวิต การขาดอิสรภาพและความสิ้นหวังจากการรอคอยอย่างอ้างว้างในสงครามที่พวกเธอไม่สามารถบอกได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ซึ่งนับว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงที่สุดของมนุษยชาติ
  • ศึกษาเปรียบเทียบทางด้านปัจจัย ผลลัพธ์ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการปฎิวัติรัสเซีย ค.ศ.1917 และการปฏิวัติอเมริกา ค.ศ.1783

    ภาคนิพนธ์เรื่อง ศึกษาเปรียบเทียบทางด้านปัจจัย ผลลัพธ์ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระหว่างการปฏิวัติรัสเซียปี ค.ศ.1917 และการปฏิวัติอเมริกาปี ค.ศ.1783 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา เปรียบเทียบทางด้านปัจจัย ผลลัพธ์ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของปฏิวัติอเมริกา ค.ศ.1783 และ การ ปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ.1917 และเป็นการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างทางปัจจัย ผลลัพธ์ และ เหตุการณ์ทางด้านต่าง ๆ ระหว่างการปฏิวัติรัสเซียและการปฏิวัติอเมริกา สมมติฐานที่นำมาประกอบการศึกษาและใช้ในการเปรียบเทียบในนิพนธ์เรื่องดังกล่าวนี้ คือ ปัจจัยภายในอันได้แก่ปัจจัยทางด้านการเมือง ปัจจัยทางด้านสังคมและปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ ของทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังมีปัจจัยภายนอกเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการปฏิวัติเช่นเดียวกัน อันได้แก่ การพัวพันในสงครามต่าง ๆ และการรับอิทธิพลของแนวคิดเสรีนิยมและสังคมนิยม สำหรับในด้านผลการศึกษาและเปรียบเทียบแล้วนั้นพบว่าภายหลังจากการปฏิวัติ อเมริกาและการปฏิวัติรัสเซีย ถึงแม้จะปัจจัย ผลลัพธ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่มีความเหมือนและ แตกต่างกันในหลายประเด็น แต่ในประเด็นชัดเจนที่นั้นคือประเด็นในเรื่องของผลลัพธ์ทางการเมอืง ของการปฏิวัติของทั้งสองประเทศ กล่าวคือการปฏิวัติรัสเซียนั้นได้ก่อกำเนิดระบอบการปกครองสงัคม นิยมคอมมิวนิสต์และในส่วนของเมริกานั้นได้ก่อกำเนิดการปกครองเสรีนิยมประชาธิปไตยซึ่งทั้งสอง ระบอบการปกครองดังกล่าวนี้มีผลกระทบต่อโลกของเราเป็นอย่างมาก
  • แนวโน้มตลาดสินค้าออร์แกนิคจากไทยไปสู่รัสเซีย

    ภาคนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งเน้นการศึกษาและวิเคราะห์ถึงแนวโน้มตลาดสินค้าออร์แกนิคของประเทศไทยไปสู่ประเทศรัสเซีย โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่ความหมายของสินค้าออร์แกนิค ประเภทของสินค้าออร์แกนิค กฎระเบียบ และข้อบังคับในการผลิตสินค้าออร์แกนิค มาตรฐานสินค้าและการรับรองสินค้าออร์แกนิคจากหน่วยงานของประเทศไทยและประเทศรัสเซีย พฤติกรรมการบริโภคสินค้าออร์แกนิคของผู้บริโภคในประเทศรัสเซีย สถานการณ์ตลาดสินค้าเกษตรของประเทศไทยและประเทศรัสเซีย สถานการณ์ตลาดสินค้าออร์แกนิคของประเทศรัสเซียรวมไปถึง ปัญหาและอุปสรรคของตลาดสินค้าออร์แกนิคในประเทศไทยและประเทศรัสเซีย เพื่อที่จะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการประกอบการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดสินค้าออร์แกนิคของประเทศไทยไปสู่ประเทศรัสเซียในการดำเนินธุรกิจตลาดสินค้าออร์แกนิคในประเทศรัสเซีย เพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจสำหรับการแข่งขันในพื้นที่ที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูงกับ ตลอดจนสถานการณ์ตลาดสินค้าออร์แกนิคของประเทศรัสเซียในอนาคต จากผลการศึกษาและการวิเคราะห์พบว่า โอกาสในการส่งออกสินค้าออร์แกนิคของประเทศไทยไปยังประเทศรัสเซียเป็นไปได้ค่อนข้างยาก เนื่องจาก สินค้าออร์แกนิคของประเทศไทยจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าออร์แกนิคในระดับสากล แต่จากการศึกษายังพบว่า ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ใหญ่ มีพื้นที่ที่หลากหลายทางชีวภาพ มีนโยบายส่งเสริมให้ใช้พื้นที่รกร้างว่างเปล่ามาทำการเกษตรกรรมตลอดจนมีนโยบายเอื้อต่อการทำการเกษตรกรรมและเกษตรอินทรีย์ด้วย จึงอาจเป็นโอกาสดีที่นักลงทุนจากประเทศไทยจะไปลงทุนทำการเกษตรกรรมในประเทศรัสเซียแทนการส่งสินค้าเกษตรกรรมและเกษตรอินทรีย์
  • แนวคิดที่แตกต่างจากข้อเท็จจริงที่สะท้อนออกมาในภาพยนตร์เรื่อง Kursk เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมเรือดำน้ำ Kursk ระเบิด

    สารนิพนธ์เรื่อง “แนวคิดที่แตกต่างจากข้อเท็จจริงที่สะท้อนออกมาในภาพยนตร์เรื่อง Kursk เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมเรือดำน้ำ Kursk ระเบิด” มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อต้องการจะศึกษามุมมองต่าง ๆที่เกิดขึ้นจากแนวคิดทางการเมืองและการทหารของรัสเซียในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือดำน้ำ Kursk ระเบิด ที่สะท้อนในภาพยนตร์เรื่อง Kursk และเพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างของเรื่องราวในภาพยนตร์และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง และศึกษาสาเหตุที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง Kursk เลือกนำเสนอเหตุการณ์แตกต่างจากความเป็นจริง จากการศึกษาพบว่า สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่อง Kursk ที่จัดทำขึ้นจากชาวยุโรปได้นำเสนอสู่สายตาประชาชนนั้นได้มีเรื่องราวที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงอยู่มาก โดยแอบแฝงการโจมตีประเทศรัสเซียไว้ในหลายด้าน โดยเฉพาะ การด้านเมืองการปกครอง และการทหารของประเทศรัสเซีย ซึ่งได้อาศัยสื่อภาพยนตร์เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการโจมตีประเทศรัสเซีย ซึ่งสื่อภาพยนตร์เป็น Soft power ที่มีอิทธิพลมากทำให้ผู้ที่ได้รับชมภาพยนตร์เรื่อง Kursk เชื่อในสิ่งที่ได้เห็นและมองว่าประเทศรัสเซียเป็นตัวร้ายของเรื่องราวทั้งหมดนี้
  • มรดกทางการเมืองเเละวัฒนธรรมจากสหภาพโซเวียต กรณีศึกษารัฐทาจิกิสถาน

    ภาคนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาเรื่อง มรดกทางการเมืองและวัฒนธรรมจากสหภาพโซ เวียต กรณีศึกษา สาธารณรัฐทาจิกิสถาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภูมิหลังสาธารณรัฐสังคมนิยมโซ เวียตทาจิกและศึกษามรดกทางการเมืองและวัฒนธรรมของทาจิกิสถานภายหลังการเปลี่ยนผ่าน โดย ใช้กระบวนการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จากการศึกษาวิเคราะห์เอกสาร (Documentary Research) และข้อมูลขั้นปฐมภูมิ (Primary sources) ประกอบกับการใช้แนวคิด อำนาจนิยมและการขัดเกลาทางสังคมเป็นหลัก ผลการศึกษาพบว่า สาธารณรัฐทาจิกิสถานสืบทอดมรดกทางการเมืองและวัฒนธรรม ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลายเป็นผลมาจากการขัดเกลาทางสังคมมาเป็นเวลานานแม้จะเข้าสู่ กระบวนการเปลี่ยนผ่านเป็นประชาธิปไตยแล้วก็ตาม โดยมรดกตกทอดจากสหภาพโซเวียตปรากฏให้ เห็นเป็นมรดกทางทางการเมือง ได้แก่ แนวคิดอำนาจนิยม แนวคิดชาตินิยม ลัทธิบูชาตัวบุคคลของ ประธานาธิบดีเอมอมาลี ราห์มอน มรดกทางการเกษตร และในส่วนของมรดกทางวัฒนธรรม ได้แก่ สถาปัตยกรรม สถานที่ รูปปั้นของเลนินและภาษารัสเซียถูกสืบทอดร่วมกับสถาปัตยกรรมที่สร้างตั้งแต่ ยุคโซเวียต สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวบ่งบอกว่าการเมืองการปกครองจากยุคโซเวียตยังคงมีอิทธิพลต่อ โครงสร้างทางการปกครองและวัฒนธรรมของทาจิกิสถาน
  • การศึกษาเปรียบเทียบการดำเนินความสัมพันธ์ไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย ภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร กับ รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

    ภาคนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาเปรียบเทียบการดําเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย ภายใต้การดําเนินงานของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร กับ รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยศึกษาผ่านบริบททางการเมืองไทย บริบททางการเมืองระหว่างประเทศ ไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย รวมทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยมีอิทธิพลต่อการดําเนิน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย จากการศึกษาเปรียบเทียบพบว่าการบริหารงานภายใต้รัฐบาลทั้งสองมีความแตกต่าง กันในแง่ของผลประโยชน์ที่ได้รับจากการดําเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งการบริหารงานภายใต้รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร พบว่าสามารถดําเนินความสัมพันธ์ให้บรรลุผลตาม เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ นั่นคือ การที่สหพันธรัฐรัสเซียเข้ามาให้การสนับสนุน และช่วยผลักดันความ ร่วมมือทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ตรงกับความต้องการ ที่อยากจะพัฒนาโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยอาศัยหลักเศรษฐกิจพื้นฐานความรู้มาใช้ในการบริหาร ประเทศของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ในส่วนของการบริหารงานภายใต้รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่าประสบความสําเร็จในเรื่องของการปรับทิศทางการดําเนินความสัมพันธ์เข้าหา สหพันธรัฐรัสเซียได้สําเร็จ เนื่องมาจากการถูกปิดล้อมจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ส่งผลทําให้ รัฐบาลไทยต้องปรับทิศทางมุ่งสู่การดําเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับสหพันธรัฐรัสเซีย อย่างไรก็ตามประเทศไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย ถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ทาง ประวัติศาสตร์ต่อกันมาอย่างยาวนาน และเป็นคู่พันธมิตรที่ดีต่อกันมาโดยตลอด ดังนั้นในอนาคต ประเทศไทยและสหพันธรัฐรัสเซียมีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุผลสําเร็จตามเป้าหมายของรัฐบาลที่เป็น รูปธรรมมากขึ้น เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้มีความตกลงอีกหลายประการที่กําลังรอดําเนินการร่วมกัน รวมถึงมีการพัฒนา และขยายความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่องโดยครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน ทั้งนี้ภาพรวมของการดําเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-สหพันธรัฐรัสเซียมีแนวโน้มในการ ยกระดับการดําเนินความสัมพันธ์ระหว่างกันมากยิ่งขึ้นในอนาคต
  • บทบาทของชาวคอสแซคต่อการเมืองการปกครองรัสเซียในปัจจุบัน

    วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีจุดมุ่งหมายศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของชาวคอสแซคในรัสเซียปัจจุบัน ผ่านการดำเนินนโยบายของรัฐบาลรัสเซีย โดยมีประเด็นที่ให้ความสนใจ ดังนี้ 1) นโยบายฟื้นฟูบทบาทของรัฐบาลรัสเซียที่มีต่อชาวคอสแซค กล่าวคือ มีนโยบายอะไรบ้างที่ออกมาเพื่อฟื้นฟูบทบาทของชาวคอสแซคในปัจจุบันนั้นส่งผลอย่างไร และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายแล้วหรือไม่ 2) บทบาทของชาวคอสแซคในรัสเซียปัจจุบัน กล่าวคือ ชาวคอสแซคมีบทบาทอย่างไรบ้างในด้านวัฒนธรรมและด้านการเมืองการปกครองในรัสเซียปัจจุบัน และ3) ข้อดี ข้อเสียจากการเพิ่มบทบาทของชาวคอสแซคในปัจจุบัน กล่าวคือ ผลลัพธ์จากการเพิ่มขึ้นของบทบาทของชาวคอสแซคในรัสเซียปัจจุบันนั้น ได้เกิดข้อดี ข้อเสียอย่างไรต่อประเทศรัสเซียบ้าง และมีข้อดีหรือข้อเสียมากกว่ากัน จากการศึกษาประเด็นต่างๆพบว่า 1) ในประเด็นเรื่องนโยบายฟื้นฟูบทบาทของรัฐบาลรัสเซียที่มีต่อชาวคอสแซคพบว่ารัฐบาลรัสเซียมีความพยายามดำเนินนโยบายฟื้นฟูคอสแซค เริ่มมีมาตั้งแต่กฤษฎีกาของเยลต์ซินใน ปีค.ศ.1995 มีเนื้อหาเกี่ยวกับ“การลงทะเบียนขององค์กรคอสแซค” โดยแบ่งคอสแซคเป็น 2 กลุ่ม คือ1. คอสแซคลงทะเบียน 2. คอสแซคที่ไม่ได้ลงทะเบียน ต่อมาในยุคสมัยรัสเซียภายใต้การปกครองของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน มีการดำเนินนโยบายเกี่ยวกับคอสแซคด้านวัฒนธรรม คือ ในปีค.ศ. 2010 มีการจัดตั้งคณะกรรมการสภาสงฆ์เพื่อความร่วมมือกับกลุ่มคอสแซครัสเซียและออกเอกสารเรื่อง“ทิศทางพื้นฐานของงานเกี่ยวกับเชื่อและการศึกษากับชุมชนคอสแซค” ส่วนนโยบายต่อคอสแซคในด้านการเมืองการปกครอง คือ มีการกำหนดยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนานโยบายรัฐของสหพันธรัฐรัสเซียต่อคอสแซคจนถึงปี 2020 ได้รับอนุมัติโดยประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน วันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 เป็นต้น 2) ในประเด็นเรื่องบทบาทของชาวคอสแซคในปัจจุบัน ปรากฎว่าคอสแซคมีบทบาททั้งในด้านวัฒนธรรมและด้านการเมืองการปกครอง โดยด้านวัฒนธรรม คือ วัฒนธรรมคอสแซคหลายๆอย่างกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่มีชื่อเสียงของรัสเซีย อย่างเช่น การเต้นระบำคอสแซค ส่วนในด้านการเมืองการปกครอง มีการจัดตั้งกองกำลังคอสแซคเป็นกองกำลังสำรองของกระทรวงกลาโหมและสามารถปฎิบัติหน้าที่ในการให้บริการรัฐตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด 3) ในประเด็นเรื่องข้อดี ข้อเสียจากการเพิ่มบทบาทของชาวคอสแซคในรัสเซียปัจจุบันพบว่า มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย คือ บทบาทของชาวคอสแซคในรัสเซียปัจจุบันได้สนับสนุนการปกครองแบบอำนาจนิยมของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน พวกเขาเป็นหนึ่งในเครื่องมือควบคุมประชาชนและเป็นกองกำลังที่ขึ้นตรงต่อประธานาธิบดี และความเชื่อมั่นในศาสนาคริสต์ นิกายออร์ทอดอกซ์กับความชาตินิยมของคอสแซคนั้นเป็นเครื่องมืออย่างดีในการต่อต้านผู้อพยบชาวมุสลิม
  • ปัญหาความขัดแย้ง และแนวโน้มที่จะเกิดในอนาคตจากการแย่งิงทรัพยากรธรรมาติด้านพลังงานในภูมิภาคทะเลอาร์กติกของสมาชิกสภาอาร์กติก ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2001-ปัจจุบัน

    การศึกษาในภาคนิพนธ์นี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาในเรื่องแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้านการแย่งชิงทรัพยากรด้านพลังงานในภูมิภาคอาร์กติกของสมาชิกสภาอาร์กติก ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2001 - ปัจจุบัน ความขัดแย้งนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2008 ที่ได้มีการค้นพบทรัพยากรธรรมชาติ โดยการสำรวจของสหรัฐอเมริกา และหลังจากที่โลกได้มีประชากรเพิ่มมากขึ้นก็ทำให้การใช้ทรัพยากรทางด้านพลังงานนั้นเพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนั้นทรัพยากรด้านพลังงานถือได้ว่าเป็นขุมทรัพย์ที่หลาย ๆ ประเทศนั้นอยากที่จะครอบครอง เพื่อนำทรัพยากรนั้นเข้ามาให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ จุดประสงค์ของการศึกษาในด้านแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้านการแย่งชิงทรัพยากรด้านพลังงานนั้นเพื่อให้ทราบถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในบริเวณภูมิภาคอาร์กติก รวมถึงการดำเนินนโยบายต่างประเทศของประเทศสมาชิกในสภาอาร์กติก จากการวิจัยทำให้ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลภูมิภาคอาร์กติกนั้นอาจกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานใหม่ของโลกนั้น ได้แก่ 1) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นในด้านการแย่งชิงทรัพยากรด้านพลังงานในอาร์กติก เนื่องจากอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้น้ำแข็งในอาร์กติกนั้นเริ่มละลายจนส่งผลให้ความสมดุลในธรรมชาติเริ่มเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงประชากรของโลกที่เพิ่มมากขึ้น และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของประเทศมหาอำนาจก็เพิ่มผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่โลกด้วย ซึ่งการที่โลกร้อนขึ้นและทำให้น้ำแข็งละลายก็จะยิ่งทำให้ประเทศต่าง ๆ พยายามเข้ามาวางบทบาท และเพิ่มอำนาจในอาร์กติก ซึ่งเมื่อน้ำแข็งละลายนั้นทำให้การพยายามขุดทรัพยากรด้านพลังงานนั้นเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูงเพื่อนำมาขุดน้ำมันที่อยู่ลึกลงไปใต้ผืนน้ำแข็ง นอกจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมจะส่งผลให้ประเทศมหาอำนาจนั้นพยายามเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคอาร์กติก เพื่อแย่งชิงกันในด้านทรัพยากรด้านพลังงานแล้วนั้น ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมยังทำให้อาร์กติกมีเส้นทางการเดินเรือเส้นทางใหม่ที่มีระยะทางที่ใกล้กว่าเส้นทางที่ใช้กันในปัจจุบันนั่นก็คือเส้นทางตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeast Passage) และเส้นทางการเดินเรือตะวันตกเฉียง (Northwest Passage) ซึ่งเป็นเส้นทางการเดินเรือที่กำลังจะกลายเป็นเส้นทางการเดินเรือใหม่ ที่เพิ่มมูลค่าด้านการค้า และอาจกลายเป็นเส้นทางที่มีการใช้มากที่สุดในอนาคต 2) ปัจจัยด้านการดำเนินนโยบายต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความขัดแย้งด้านการแย่งชิงทรัพยากรด้านพลังงานในภูมิภาคอาร์กติก เนื่องจากการดำเนินนโยบายต่างประเทศนั้นเป็นการแสดงออกถึงท่าที และบทบาทของแต่ละประเทศที่มีต่อภูมิภาคอาร์กติกให้เป็นไปในแนวทางตามที่แต่ละรัฐนั้นได้กำหนดไว้ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์แห่งชาติ และเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรด้านพลังงานเพื่อก่อให้เกิดผลประโยชน์แห่งชาติสูงสุด 3) ปัจจัยด้านความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก การดูแลความมั่นคงในอาร์กติกนั้นควรขึ้นอยู่กับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ซึ่งคอยดูแลความมั่นคงทางทหารให้แก่อาร์กติกนั่นก็คือสภาอาร์กติก แต่เนื่องด้วยเป้าหมายทางสิ่งแวดล้อมทำให้สภาอาร์กติกนั้นไม่สามารถที่จะเพิ่มความสามารถทางด้านการทหารได้ แต่เหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอาร์กติกนั้นทำให้มีหลายประเทศพยายามเรียกร้องให้สภาอาร์กติกจัดตั้งกองกำลังทางความมั่นคงเพื่อเข้ามาดูแล และไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่อาจะเกิดขึ้นในอนาคตเกี่ยวกับการแย่งชิงทรัพยากรด้านพลังงานในอาร์กติก 4) ปัจจัยทางด้านกฎหมายนานาชาติ กฎหมายนานาชาติที่ใช้การแบ่งเขตแดนในภูมิภาคอาร์กติกนั้นเป็นกฎหมายที่ไม่ได้มีความชัดเจนถึงการระบุรายละเอียดของไหล่ทวีป (Continental-Shelf) รวมถึงการตีความทางด้านกฎหมายของแต่ละประเทศนั้นมีความแตกต่างกันไป ทำให้เกิดความไม่ลงตัวของพื้นที่ที่จะต้องเกิดการอ้างสิทธิ์ของแต่ละพื้นที่
  • ธุรกจและการเมืองรัสเซียในยุคปูติน กรณีศึกษาบริษัทยานเดกซ์

    การศึกษาภาคนิพนธ์นี้เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและการเมืองกรณีศึกษา บริษัท ยานเดกซ์ (Yandex) บริษัท รัสเซียที่เปิดให้บริการเว็บไซต์เสิร์ชเอนจินทั้งภายในและภายนอกรัสเซียยานเดกซ์เปิดเว็บไซต์ให้บริการในปี 1997 อาร์คาดีวอลอซ (Arkady Volozh) ผู้ก่อตั้งและอิลยาเซกาโลวิช (lya Segalovich) ผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสองคนนั้นร่วมกันพัฒนา บริษัท และเทคโนโลยีต่าง ๆ จนยานเดกซ์กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชาวรัสเซียซึ่งมันกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้หลังจากหนึ่งในผู้ก่อตั้งได้ทำการประท้วงต่อสาธารณชนเพื่อต่อต้านการขึ้นสู่อำนาจของปูตินในรัสเซียจากรูปแบบการปกครองของรัฐบาลภายใต้วลาดิมีร์ปูตินที่มีการแสดงออกถึงการใช้อำนาจทางการเมืองหรือทางกฎหมายในการเข้าควบคุมองค์กรทั้งของรัฐและเอกชนเพราะการดำเนินการของ บริษัท ใหญ่ย่อมมีผลต่อสังคมวงกว้างและยานเดกซ์ บริษัท เป็น บริษัท รัสเซียที่มีข้อมูลของผู้ใช้ชาวรัสเซียประกอบกับมีชาวต่างเป็นผู้ถือหุ้นรัฐบาลจึงมีความกังวลต่อความมั่นคงของชาติทำให้ปูตินใช้อำนาจในการเข้าควบคุมและต่อไปจนถึงการเชื่อมสัมพันธ์เพื่อสร้างฐานเครือข่ายอำนาจที่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ปูติสามารถดำรงอยู่ในอำนาจได้อย่างยาวนานและมั่นคงต่อไปดังนั้นยานเดกซ์จึงเป็นหนึ่งในองค์กรที่รัฐบาลพยายามเข้าไปมีบทบาทเหนือ บริษัท เอกชนนี้ซึ่งจากการศึกษาระดับความสัมพันธ์ธุรกิจและการเมืองของยานเดกซ์และรัฐที่มีความสัมพันธ์ที่เอื้อผลประโยชน์ต่อกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกับแนวคิดทุนนิยมพวกพ้อง
  • ลู่ทางการส่งออกน้ํามันมะพร้าวสกัดเย็นแบรนด์ไทยไปยังสหพันธรัฐรัสเซีย กรณีศึกษา บริษัท ทรอปิคานา ออยล์ จํากัด

    ภาคนิพนธ์เรื่อง “ลู่ทางการส่งออกน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นแบรนด์ไทยไปยังสหพันธรัฐรัสเซีย กรณีศึกษา บริษัท ทรอปิคานา ออยล์ จำกัด” ฉบับนี้มีวัถตุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเติบโตของธุรกิจน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นแบรนด์ไทย รวมทั้งกลยุทธ์ทางการตลาดต่างประเทศในการเข้าสู่ตลาดสหพันธรัฐรัสเซีย กรณีศึกษา บริษัท ทรอปิคานา ออยล์ จำกัด ภาคนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาโอกาสและอุปสรรคของธุรกิจรวมไปถึงกลยุทธ์การตลาดในการนำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นของบริษัท ทรอปิคานา ออยล์ จำกัด เข้าสู่ตลาดสหพันธรัฐรัสเซีย เนื่องจากบริษัทดังกล่าวมีการส่งออกไปยังสหพันธรัฐรัสเซีย รวมถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่มีแนวคิดอันกว้างไกลในการพัฒนาสินค้าและปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ของบริษัทให้ทันต่อความต้องของผู้บริโภคในสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศโดยได้รับรางวัลรับรองมาตรฐาน เช่น EU ORGANIC และ Thailand Trusted Mark (T Mark) จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น จากสมมติฐานของการศึกษา คือ ธุรกิจน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นแบรนด์ไทย มีคุณภาพการผลิตที่สูงและได้รับการรับรองมาตรฐานสากล การส่งออกน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นจากประเทศไทยไปยังตลาดสหพันธรัฐรัสเซีย มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว อีกทั้งน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นสามารถใช้ได้ทั้งด้านสุขภาพและความงาม ราคาของผลิตภัณฑ์เมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพแล้วสมเหตุสมผล สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวรัสเซียได้ทุกเพศทุกวัย ผลการศึกษาพบว่า การส่งสินค้าน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นของบริษัท ทรอปิคานา ออยล์ จำกัด ไปยังสหพันธรัฐรัสเซียนำเข้าโดยบริษัทตัวแทนผู้นำเข้าและจำหน่ายสินค้า โดยใช้ช่องทางการขนส่งสินค้าทางทะเลผ่านเรือขนส่งสินค้าและทางอากาศผ่านทางสายการบินขนส่งสินค้า อีกทั้งยังมีบริษัทขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศ ส่วนช่องทางการจำหน่ายสินค้ามีทั้งออฟไลน์ตามหน้าร้านและออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทตัวแทนผู้นำเข้า โดยฐานลูกค้าทั้งหมด คือ ผู้มีรายได้ระดับปานกลางขึ้นไปจนถึงผู้มีรายได้ระดับสูงที่เป็นกลุ่มฐานลูกค้าผู้มีกำลังซื้อและรักในการดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ดังกล่าวคือ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นของบริษัท ทรอปิคานา ออยล์ จำกัด มีคุณภาพการผลิตที่สูงและได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ประสบความสำเร็จในการส่งออกน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นไปยังตลาดสหพันธรัฐรัสเซียและมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำตลาดระยะยาว เนื่องจากมันมะพร้าวสกัดเย็นสามารถใช้ได้ทั้งด้านสุขภาพและความงาม ราคาของผลิตภัณฑ์เมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพแล้วสมเหตุสมผลตอบโจทย์ต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวรัสเซียได้ทุกเพศทุกวัย
  • ลู่ทางการส่งออกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรไทย ไปยังประเทสรัสเซีย กรณีศึกษา ตราสมุนไพรอภัยภูเบศร

    ภาคนิพนธ์เรื่อง ลู่ทางการส่งออกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรไทย ไปยังประเทศรัสเซีย กรณีศึกษา ตราสมุนไพรอภัยภูเบศร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความนิยมผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรไทย ตราสมุนไพรอภัยภูเบศร สำหรับชาวรัสเซีย รวมถึงวิธีการในการเพิ่มโอกาสและลดอุปสรรคต่อการขยายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมไปยังประเทศรัสเซีย และขั้นตอน วิธีในการส่งออกไปยังประเทศรัสเซีย และศึกษาตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ตราสมุนไพรอภัยภูเบศรในประเทศรัสเซีย เช่น แชมพูสระผม ครีมนวดผม ครีมหมักผม และสเปรย์หมักผม โดยการศึกษาภาคนิพนธ์ด้วยการใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ศึกษาได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ และทุติยภูมินำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เกี่ยวกับลู่ทางการส่งออกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรไทย ไปยังประเทศรัสเซีย ตราสมุนไพรอภัยภูเบศร และสรุปผลการศึกษา พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหา ผลที่ได้จากการศึกษา ลู่ทางการส่งออกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรไทย ไปยังประเทศรัสเซีย ตราสมุนไพรอภัยภูเบศร พบว่า ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรไทย ตราสมุนไพรอภัยภูเบศรเป็นที่นิยมในรัสเซีย เนื่องจากมีผู้บริโภคชาวรัสเซียที่มีความชื่นชอบในสมุนไพรไทยเกิดความชื่นชอบ และอยากใช้ซ้ำจึงเกิดความต้องการอยากซื้อสินค้าชนิดนี้ในประเทศรัสเซีย และกลุ่มลูกค้าชาวรัสเซีย ส่วนใหญ่ จะเป็นลูกค้าที่มีอำนาจซื้อ คือ มีรายได้ดี โดยขั้นตอนในการส่งออก คือ มีตัวแทนส่งออกสินค้า ตราสมุนไพรอภัยภูเบศรจากประเทศไทยส่งออกผ่านไปยังตัวแทนจำหน่ายชาวรัสเซีย โดยนำเข้าสินค้าไปจำหน่ายผ่านทางออนไลน์บนเว็บไซต์ และมักขนส่งทางอากาศผ่านทาง ไปรษณีย์ไทย บริษัทเอกชน และ Air cargo ซึ่งมีขั้นตอนไม่ซับซ้อนและรวดเร็วใช้เวลาในการขนส่งโดยปกติแล้ว 1-2 อาทิตย์ ผลการศึกษาทำให้พบว่าในการส่งออกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรไทย ตราสมุนไพรอภัยภูเบศร มีอุปสรรคและการแก้ไขปัญหา คือ 1. ปัญหาฉลากของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรไทย ตราสมุนไพรอภัยภูเบศร จำเป็นที่จะต้องใส่รายละเอียดข้อบ่งใช้ สรรพคุณ ประกอบกับต้องมีความร่วมมือระหว่างภาครัฐในการช่วยเรื่องการขึ้นทะเบียนสินค้าในประเทศรัสเซีย หรือการจัดทำเลขจดแจ้งผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรไทยเป็นภาษารัสเซีย เพื่อให้ผู้บริโภคชาวรัสเซียเข้าใจได้ง่าย 2. ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ตราสมุนไพรอภัยภูเบศรมีราคาสูงกว่าแบรนด์ทั่วไปในท้องตลาดรัสเซีย เนื่องจากมีเรื่องค่าขนส่งสินค้าและการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ นอกจากนี้สินค้ายังมีสรรพคุณสมุนไพรช่วยเสริมสร้าง ดูแลสุขภาพให้ดี รวมถึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารเคมี และมีมาตรฐานในการผลิต แนวทางการแก้ไขปัญหา อาจจะทำการส่งเสริมการขายด้วยการจัดโปรโมชั่นสินค้า เช่น การลดราคา หรือทำผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมขนาดทดลอง ตราสมุนไพรอภัยภูเบศรเป็นของแถม เพื่อดึงดูดความต้องการซื้อแก่ผู้บริโภคชาวรัสเซีย 3. ชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ตราสมุนไพรอภัยภูเบศร ถือเป็นแบรนด์ใหม่สำหรับผู้บริโภคชาวรัสเซีย แนวทางการแก้ไขปัญหา ผู้ประกอบการส่งออกชาวไทยหรือผู้นำเข้าสินค้าชาวรัสเซีย ควรเน้นการจัดการประชาสัมพันธ์สินค้านอกสถานที่ หรือทำการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ตราสมุนไพรอภัยภูเบศร โดยให้ข้อมูลสรรพคุณของสมุนไพรไทยที่เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ จัดทำเป็นแผ่นโฆษณาสินค้าใบเล็ก ๆ แจกภายในงาน และประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางการจำหน่ายออนไลน์
Browse all